ทำไมการศึกษาไทยจึงไม่ดีขึ้น
ทั้งที่เราทุ่มงบมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
รายงานวิเคราะห์นโยบายสหวิทยาการ · กันยายน 2569
งบสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ — แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน
ถ้าสูตรจัดสรรทรัพยากรผิดทิศทาง การเพิ่มงบประมาณเข้าไปเฉย ๆ จะยิ่งขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้กว้างขึ้นตามสัดส่วน
ตัวเลขเดียวที่ต้องจำ: โครงสร้างการจัดสรรทรัพยากรไทย
เงินอุดหนุนรายหัว + อัตรากำลังครู
ออกแบบตามหลัก “เท่ากันทุกหัว” (Equality) — ให้เหมือนกันหมดโดยไม่สนใจต้นทุนที่แท้จริง
กสศ. + โครงการเฉพาะกิจ
ออกแบบตามหลัก “ตามความจำเป็น” (Equity) — มีประสิทธิภาพสูงแต่ขนาดเล็กเกินไป
นักเรียนทั้งสังกัด สพฐ.
ห้องเรียนทั้งหมดในระบบ
นักเรียนต่อห้องเรียน: สังกัดประถม vs มัธยม
ประถมศึกษา (สพป.)
ต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิง 1:20 อย่างมาก — เป็นต้นเหตุของครูสอนควบชั้น
มัธยมศึกษา (สพม.)
สูงกว่าเกณฑ์อ้างอิง — เกิดภาวะส่วนเกินในเชิงสถิติ (ต่างกัน 2.2 เท่า)
สิ่งที่ค่าเฉลี่ยรวมซ่อนไว้: กายวิภาคความขาดแคลน
ขาดแคลนจริง
รวมทุกหน่วยที่ครูไม่พอต่อจำนวนห้องเรียน
ส่วนเกินใน สพม.
ครูมากกว่าจำนวนห้องเรียนที่ต้องเปิด
สุทธิที่รายงาน
ตัวเลขที่ซ่อนความผิดพลาดของการกระจายไว้
→ เราไม่ได้ขาดครู 39,405 คน — เรากระจายผิดที่ 42,857 คน และขาดจริงอีก 82,262 คน
กรณีศึกษา: โรงเรียนขนาดเล็ก (48 คน / 6 ห้อง)
ข้อจำกัดทางเลขคณิต
- นักเรียนรวม 48 คน (ชั้นละ 8 คน)
- ต้องเปิดสอนตามหลักสูตร 6 ชั้น (ป.1–ป.6)
- ได้ครูตามเกณฑ์รายหัวเพียง 2.4 อัตรา
- ผลลัพธ์: ครู 1 คน ต้องสอนควบ 2–3 ชั้นพร้อมกัน
ไม่ใช่ปัญหาของคน
“ไม่ว่าครูคนนั้นจะเก่งเพียงใด ผลลัพธ์ก็จะออกมาแบบเดียวกัน เพราะนี่คือข้อจำกัดทางเลขคณิตของสูตรจัดสรร”
กับดักโรงเรียนขนาดเล็ก: วงจรที่หมุนเองได้
ต้นทุนต่อหัว: เหตุใดโรงเรียนเล็กจึงขาดงบเสมอ
โรงเรียนขนาดเล็ก (48 คน)
ต้นทุนต่อหัวสูงเกือบ 2 เท่า เพราะต้องแบกรับ Fixed Cost Floor (อาคาร บริหาร น้ำไฟ)
โรงเรียนขนาดใหญ่ (500 คน)
ต้นทุนต่อหัวต่ำกว่า เพราะมีการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) ชัดเจน
*เป็นการคำนวณเชิงสาธิตจากสมมติฐาน Fixed Cost 350,000 บาท/โรงเรียน — ยืนยันว่าระบบปัจจุบันจ่ายเงินเท่ากันทุกโรงเรียน ทำให้โรงเรียนเล็กขาดทุนโครงสร้าง
ทางออก: เปลี่ยนฐานของสูตรจัดสรร
❌ ฐานเดิม
“จำนวนนักเรียน (Per-capita)”
ให้เท่ากันทุกหัว ลงโทษโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดเล็ก
✅ ฐานที่เสนอ (WSF)
“ห้องเรียน + ดัชนีความยากลำบาก”
Fixed Cost Floor + น้ำหนักผู้เรียน + ตัวคูณบริบทพื้นที่
สามมติที่ขออนุมัติ — ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.
1. ทบทวนเกณฑ์อัตรากำลัง
เปลี่ยนจากอิงจำนวนนักเรียน เป็น “ห้องเรียน + ดัชนีความยากลำบาก”
📌 ผ่านมติ ก.ค.ศ.
2. สุ่มลำดับใน Sandbox
ขยายผล WSF Sandbox แบบ Stepped-Wedge เพื่อวัดผลและสร้างข้อมูล CFA
📌 ต้นทุนใกล้ศูนย์
3. ทำ CFA ควบคู่ BIA
ศึกษาฟังก์ชันต้นทุนการจัดการศึกษาและสัดส่วนการกระจายทรัพยากร
📌 ใช้งบวิจัยหลัก
ทำไมต้องสุ่มลำดับ (Stepped-Wedge Sandbox)?
ทุกพื้นที่ได้รับครบ
ไม่ใช่การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมถาวร ทุกเขตพื้นที่ได้รับมาตรการครบทั้งหมด — เปลี่ยนเพียงลำดับการได้ก่อน-หลัง ตัดข้อโต้แย้งเรื่องความไม่เป็นธรรมออกไป
สร้างวัตถุดิบให้ CFA
การจับสลากสร้าง “ความผันแปรของทรัพยากรที่เป็นอิสระจากความจำเป็น” ซึ่งเป็นวัตถุดิบเดียวที่จำเป็นต่อการประมาณค่า Cost Function Analysis ในประเทศไทย
ข้อเสนอนี้ “ไม่ได้ขอ” อะไรบ้าง
- ❌ ไม่ได้ขอเพิ่มงบประมาณ
- ❌ ไม่ได้ขอแก้พระราชบัญญัติ
- ❌ ไม่ได้ขอย้ายครูที่ปฏิบัติงานอยู่
- ❌ ไม่ได้ขอให้โรงเรียนใดได้รับน้อยลง
“เราเปลี่ยนวิธีคิดของสูตร ไม่ได้เปลี่ยนขนาดของงบประมาณ”
ทุกปีที่เราไม่แก้สูตร
ระบบจะผลิตซ้ำความเหลื่อมล้ำอีกหนึ่งรุ่นโดยอัตโนมัติ
ไม่ใช่เพราะใครตั้งใจ แต่เพราะสูตรถูกเขียนไว้อย่างนั้น
และสูตรคือสิ่งที่แก้ได้ด้วยมติเดียว